ด้น เย็บผ้าให้ติดกันเป็นตะเข็บโดยฝีเย็บ

ดนตรี ลำดับเสียงไพเราะ

ดวงตาเห็นธรรม แปลจากคำว่า ธรรมจักษุ หมายถึงความรู้เห็นตามเป็นจริง ด้วยปัญญาว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดมีความดับเป็นธรรมดา ดู ธรรมจักษุ

ดับไม่มีเชื้อเหลือ ดับหมด คือดับทั้งกิเลสทั้งขันธ์ (=อนุปาทิเสสนิพพาน)

ดาบส ผู้บำเพ็ญตบะ, ผู้เผากิเลส

ดาวเคราะห์ ดู ดาวพระเคราะห์

ดาวดึงส์ สวรรค์ชั้นที่ ๒ แห่งสวรรค์ ๖ ชั้น มีจอมเทพผู้ปกครองชื่อท้าวสักกะ แต่โดยทั่วไปเรียกว่าพระอินทร์

ดาวนักษัตร ดาว, ดาวฤกษ์, มี ๒๗ หมู่ คือ

๑.อัศวินี (ดาวม้า) มี ๗ ดวง ๑๕.สวาติ (ดาวช้างพัง) มี ๕ ดวง

๒.ภรณี (ดาวก้อนเส้า) มี ๓ ดวง ๑๖.วิศาขา (ดาวคันฉัตร) มี ๕ ดวง

๓.กฤติกา (ดาวลูกไก่) มี ๘ ดวง ๑๗.อนุราธา (ดาวประจำฉัตร) มี ๔ ดวง

๔.โรหิณี (ดาวคางหมู) มี ๗ ดวง ๑๘.เชษฐา (ดาวช้างใหญ่) มี ๑๔ ดวง

๕.มฤคศิร (ดาวหัวเนื้อ) มี ๓ ดวง ๑๙.มูลา (ดาวช้างน้อย) มี ๙ ดวง

๖.อารทรา (ดาวตาสำเภา) มี ๑ ดวง ๒๐.บุรพาษาฒ (ดาวสัปคับช้าง) มี ๓ ดวง

๗.ปุนัพสุ (ดาวสำเภาทอง) มี ๓ ดวง ๒๑.อุตราษาฒ (ดาวแตรงอน) มี ๕ ดวง

๘.บุษย (ดาวสมอสำเภา) มี ๕ ดวง ๒๒.ศรวณะ (ดาวหลักชัย) มี ๓ ดวง

๙.อาศเลษา (ดาวเรือน) มี ๕ ดวง ๒๓.ธนิษฐา (ดาวไซ) มี ๔ ดวง

๑๐.มฆา (ดาวงูผ้า) มี ๕ ดวง ๒๔.ศตภิษัช (ดาวพิมพ์ทอง) มี ๔ ดวง

๑๑.บุรพผลคุณี (ดาวงูเมีย) มี ๒ ดวง ๒๕.บุรพภัทรบท(ดาวหัวเนื้อทราย) มี ๒ ดวง

๑๒.อุตรผลคุณี (ดาวเพดาน) มี ๒ ดวง ๒๖.อุตรภัทรบท (ดาวไม้เท้า) มี ๒ ดวง

๑๓.หัสต (ดาวศอกคู้) มี ๕ ดวง ๒๗.เรวดี (ดาวปลาตะเพียน) มี ๑๖ ดวง

๑๔.จิตรา (ดาวตาจระเข้) มี ๑ ดวง

ดาวพระเคราะห์ ในทางโหราศาสตร์ หมายถึงดาวทั้ง ๙ ที่เรียกว่า นพเคราะห์ คืออาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัสบดี ราหู ศุกร์ เกตุ; แต่ในทางดาราศาสตร์เรียก ดาวเคราะห์ หมายถึงดาวที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเอง ต้องได้รับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ และเป็นบริวารโคจรรอบดวงอาทิตย์ มี ๙ ดวง คือ พุธ ศุกร์ โลก อังคาร พฤหัสบดี เสาร์ มฤตยู (ยูเรนัส) เกตุ หรือพระสมุทร (เนปจูน) พระยม (พลูโต)

ดาวฤกษ์ ดู ดาวนักษัตร

ดำริ คิด, ตริตรอง

ดำริชอบ ดำริออกจากกาม ดำริในอันไม่พยาบาท ดำริในอันไม่เบียดเบียน ดู สัมมาสังกัปปะ

ดำฤษณา ความอยาก, ความดิ้นรน, ความปรารถนา, ความเสน่หา (ตัณหา)

ดิถี วันตามจันทรคติ ใช้ว่า ค่ำหนึ่ง ๒ ค่ำ เป็นต้น

ดิถีเพ็ญ ดิถีมีพระจันทร์เต็มดวง, วันขึ้น ๑๕ ค่ำ

ดิรัจฉาน สัตว์มีร่างกายเจริญโดยขวาง, สัตว์เว้นจากมนุษย์ (เดียรัจฉานก็ใช้)

ดิรัจฉานกถา ดู ติรัจฉานกถา

ดิรัจฉานวิชา ความรู้ที่ขวางต่อทางพระนิพพาน เช่นรู้ในการทำเสน่ห์ รู้ในการทำให้ถึงวิบัติ รู้เรื่องภูตผี รู้ในทางทำนาย เช่นหมอดู เป็นต้น เมื่อเรียนหรือใช้ปฏิบัติ ตนเองก็หลงเพลินหมกมุ่น ทั้งทำผู้อื่นให้ลุ่มหลง งมงาย ไม่เป็นอันปฏิบัติกิจหน้าที่และประกอบการตามเหตุผล

ดึกดำบรรพ์ ครั้งเก่าก่อน, ครั้งโบราณ

ดุษณีภาพ ความเป็นผู้นิ่ง

ดุสิต สวรรค์ชั้นที่ ๔ แห่งสวรรค์ ๖ ชัน มีท้าวสันดุสิตเทวราชปกครอง สวรรค์ชั้นนี้เป็นที่สถิตของพระโพธิสัตว์ ก่อนจุติลงมาสู่มนุษยโลกและตรัสรู้ในพระชาติสุดท้าย

เดาะ (ในคำว่าการเดาะกฐิน) เสียหาย คือกฐินใช้ไม่ได้หมดประโยชน์ หมดอานิสงส์ ออกมาจารคำว่า อุพฺภาโร, อุทฺธาโร แปลว่ายกขึ้น หรือรื้อ เข้ากับศัพท์กฐินแปลว่ารื้อไม่สะดึง คือหมดโอกาสได้ประโยชน์จากกฐิน

เดียงสา รู้ความควรและไม่ควร, รู้ความเป็นไปบริบูรณ์แล้ว, เข้าใจความ

เดียรฉาน, เดียรัจฉาน, ดิรัจฉาน สัตว์อื่นจากมนุษย์, สัตว์ผู้มีร่างกายเจริญขวางออกไป คือไม่เจริญตั้งขึ้นไปเหมือนคนหรือต้นไม้

เดียรถีย์ นักบวชภายนอกพระพุทธศาสนา

เดือน ดวงจันทร์, ส่วนของปี คือปีหนึ่งมี ๑๒ เดือนบ้าง ๑๓ เดือนบ้าง (อย่างจันทรคติ); การที่นับเวลาเป็นเดือนและเรียกเวลาที่นับนั้นว่าเดือนก็เพราะกำหนดเอาข้างขึ้นข้างแรมของเดือน คือดวงจันทร์เป็นหลักมาตั้งแต่ตั้งเดิม ดูชื่อเดือนที่ มาตรา

โดยชอบ ในประโยคว่า “เป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ” ความตรัสรู้นั้นชอบ ถูกต้อง ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่วิปริต ให้สำเร็จประโยชน์แก่พระองค์เองและผู้อื่น

ได้รับสมบัติ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหน้าที่ หรือทำกิจที่สงฆ์มอบหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง