ธรรมะ
พุทธศาสนสุภาษิต

บุคคลวรรค - หมวดบุคคล

 

ตน
จิต
บุคคล
กรรม
ความตาย
. . . . . . . . .
ธรรม
ไม่ประมาท
อดทน
ความเพียร
บุญ
สุข
ชนะ
. . . . . . . . .
กิเลส
บาป
ทุกข์
โกรธ
. . . . . . . . .
วาจา
มิตร
คบหา
สามัคคี
. . . . . . . . .
ทาน
ศีล
ปัญญา
เบ็ดเตล็ด
. . . . . . . . .
อักษรย่อ

 

 
 
ชื่อว่าบัณฑิตย่อมทำประโยชน์ให้สำเร็จได้แล

สาธุ โข ปณฺฑิโต นาม

สํ. ส. ๑๕/๘๒๕

บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมรุ่งเรืองเหมือนไฟสว่าง

ปณฺฑิโต สีลสมฺปนฺโน    ชลํ อคฺคีว ภาสติ

ที.ปา. ๑๑/๑๙๗

บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์

อนตฺถํ ปริวชฺเชติ     อตฺถํ คณฺหาติ ปณฺฑิโต

องฺ.จตุกฺก ๒๑/๔๒

 
ในหมู่มนุษย์ ผู้ฝึกตนแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุด

ทนฺโต  เสฎฺโฐ   มนุสฺเสสุ

ขุ. ธ. ๒๕/๓๓

คนฉลาดย่อมละบาป

กุสโล จ ชหาติ ปาปกํ

ขุ.อุ. ๒๕/๑๖๘

คนมีปัญญา ย่อมแนะนำทางที่ควรแนะนำ

นยํ  นยติ  เมธาวี

ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๑๘๑๙

ผู้มีปรีชาได้โภคะแล้ว ย่อมสงเคราะห์หมู่ญาติ

ธีโร โภเค อธิคมฺม     สงฺคณฺหาติ จ ญาตเก

ขุ.ชา. ๒๗/๙๓๖

ผู้ใดไม่พูดเป็นธรรม ผู้นั้นไม่ใช่สัตบุรุษ

สนฺโต น เต เย น วทนฺติ ธมฺมํ

สํ. ส. ๑๕/๗๒๕

สัตบุรุษยินดีในการเกื้อกูลสัตว์  

สนฺโต สตฺตหิเต รตา

ชาตฏฺฐกถา ๑/๒๓๐

สัตบุรุษทั้งหลายย่อมปรากฎได้ในที่ใกล  เหมือนภูเขาหิมพานต์

ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ     หิมวนฺโตว ปพฺพโต

ขุ.ธ. ๒๕/๓๑

สัตบุรุษมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า

สนฺโต สคฺคปรายนา

ขุ. ชา. ๒๗/๑๔๔๘

ผู้สงบใจได้ ย่อมนอนเป็นสุข

อุปสนฺโต สุขํ เสติ

ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๔๑๕.

กลิ่นของสัตบุรุษย่อมหอนทวนลมได้

สตญจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ

ขุ. ธ. ๒๕/๑๔

คนซึ่งรู้สึกตนว่าโง่ จะเป็นผู้ฉลาดเพราะเหตุนั้นได้บ้าง

โย พาโล มญฺญติ พาลฺยํ   ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส

ขุ. ธ. ๒๕/๑๕

อสัตบุรุษ แม้นั่งอยู่ในที่นี้เองก็ไม่ปรากฎ เหมือนลูกศรที่ยิงไปกลางคืน ฉะนั้น
 

อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ     รตฺติขิตฺตา ยถา สรา

ขุ.ธ. ๒๕/๓๑

อสัตบุรุษย่อมไปนรก

อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ

สํ. ส. ๑๕/๙๐

ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ

สุวิชาโน ภวํ โหติ

ขุ. สุ. ๒๕/๓๐๔

ผู้เคารพย่อมมีผู้เคารพตอบ

ครุ โหติ สคารโว

ขุ. ชา. ๒๘/๔๐๑

ผู้ไหว้ย่อมได้รับไหว้ตอบ

วนฺทโก ปฎิวนฺทนํ

ขุ. ชา. ๒๘/๔๐๑

ผู้กินคนเดียวไม่ได้ความสุข

เนกาสี  ลภเต  สุขํ

ขุ. ชา. ๒๗/๑๖๗๔

คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก

นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต

ขุ. ธ. ๒๕/๒๗

คนแข็งกระด้างก็มีเวร

อติติกฺโข จ เวรวา

ขุ. ชา. ๒๗/๑๗๐๓

คนตรงไม่พูดคลาดความจริง

น อุชุภูตา วิตถํ ภณนฺติ

ขุ. ชา. ๒๗/๕๐๓

มารดาบิดาท่านว่าเป็นบูรพาจารย์ (ของบุตร)

ปุพพาจริยาติ วุจฺจเร

องฺ.ติก. ๒๐/๑๖๘

มารดาบิดาเป็นที่นับถือของบุตร

อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตานํ

ขุ.อิติ. ๒๕/๒๘๖

สามีเป็นเครื่องปรากฏของสตรี

ภตฺตา ปญฺญาณมิตฺถิยา

สํ.ส. ๑๕/๕๗

บรรดาภริยาทั้งหลาย ภริยาผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ประเสริฐ

สุสฺสูสา เสฏฺฐา ภริยานํ

สํ.ส. ๑๕/๑๐

บรรดาบุตรทั้งหลาย บุตรผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ

โย จ ปุตฺตา นมสฺสโว

สํ.ส. ๑๕/๑๐

ผู้มีความดี จงรักษาความดีของตนไว้

คุณวา จาตฺตโน คุณํ

ขุ.ชา.สตฺตก. ๒๗/๒๑๒

 

เมื่อเขาขอโทษ ถ้าผู้ใดมีความขุ่นเคือง
โกรธจัด ไม่ยอมรับ ผู้นั้นชื่อว่า หมกเวรไว้

อจฺจยํ เทสยนฺตีนํ     โย เจ น ปฏิคณฺหติ
โกปนฺตโร โทสครุ     ส เวรํ ปฏิมุจฺจติ

สํ.ส. ๑๕/๑๑๐

   
ผู้ที่มีมารดาบิดาเลี้ยงมาได้โดยยากอย่างนี้
ไม่บำรุงมารดาบิดา ประพฤติผิดในมารดาบิดา ย่อมเข้าถึงนรก

เอวํ กิจฺฉาภโต โปโส     ปิตุ อปริจารโก
ปิตริมิจฺฉาจริตฺวาน     นิรยํ โส อุปปชฺชติ

ขุ.ชา. ๒๘/๑๖๒

   
ถีงเป็นคนมีเดช มีปัญหาเฉียบแหลม อันคนเป็นอันมากสักการบูชา   อยู่ในอำนาจสตรีเสียแล้วย่อมไม่รุ่งเรือง เหมือนพระจันทร์ถูกพระราหูบังฉะนั้น

เตชวาปิ หิ นโร วิจกฺขโณ
สกฺกโต พหุชนสฺส ปูชิโต
นารีนํ วสงฺคโต น ภาสติ
ราหุนา อุปหโตว จนฺทิมา

ขุ.ชา. ๒๘/๓๑๓

   
สัตบุรุษทั้งหลายย่อมปรากฎได้ในที่ใกล เหมือนภูเขาหิมวันต์
อสัตบุรุษทั้งหลายถึงในที่นี้ก็ไม่ปรากฎ เหมือนลูกศรที่ยิงไปกลางคืน ฉะนั้น
 

ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ     หิมวนฺโตว ปพฺพโต
อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ     รตฺติขิตฺตา ยถา สรา

ขุ.ธ. ๒๕/๓๑

ผู้มีปรีชาได้โภคะแล้ว ย่อมสงเคราะห์หมู่ญาติ
เพราะการสงเคราะห์นั้น เขาย่อมได้เกียรติ ละไปแล้วย่อมบันเทิงในสวรรค์
 

ธีโร โภเค อธิคมฺม     สงฺคณฺหาติ จ ญาตเก
เตน โส กิตฺตึ ปปฺโปติ     เปจฺจ สคฺเค ปโมทติ

ขุ.ชา. ๒๗/๙๓๖

ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน
แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น

มธุวา มญฺญตี พาโล     ยาว ปาปํ น ปจฺจติ
ยทา จ ปจฺจติ ปาปํ     อถ (พาโล) ทุกฺขํ นิคจฺฉติ

ขุ.ธ. ๒๕/๑๕

ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้ว ละเสียได้ด้วยกรรมดี
ผู้นั้นย่อมยังโลกให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆ

ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ     กุสเลน ปิถียติ
โสมํ โลกํ ปภาเสติ     อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา

ม.ม. ๑๓/๕๓๔

   

บุคคลนั่งหรือนอน (อาศัย) ที่ร่มเงาตันไม้ใด
ไม่ควรรานกิ่งต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวทราม

ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย     นิสีเทยฺย สเยยฺย วา
น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย     มิตฺตทุพฺโภ หิ ปาปโก

ขุ.เปต. ๒๖/๑๐๖

   
ผู้ใดย่อมเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม
บัณฑิตย่อมสรรเสริญผู้นั้นในโลกนี้ เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์

โย มาตรํ ปิตรํ วา     มจฺโจ ธมฺเมน โปสติ
อิเธว นํ ปสํสนฺติ     เปจฺจ สคฺเค ปโมทติ

ขุ.ชา. ๒๘/๕๒๒

   
ผู้ใดไม่โกรธ ไม่ผูกโกรธ ไม่ลบหลู่ ถึงความหมดจด  มีทิฏฐิสมบูรณ์ มีปัญญา, พึงรู้ว่าผู้นั้นเป็นอริยะ. 

อกฺโกธโน อนุปนาหี    อมกฺขี สุทฺธตํ คโต
สมฺปนฺนทิฏฺฐิ เมธาวี    ตํ ชญฺญา อริโย อิติ

(สารีปุตฺตเถร) ขุ ปฏิ. ๓๑/๒๔๑.

   
คนเขลาย่อมซูบซีด เพราะคำนึงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง   เพราะเศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว เหมือนต้นอ้อสดที่ถูกตัด.

อนาคตปฺปชปฺปาย    อตีตสฺสานุโสจนา
เอเตน พาลา สุสฺสนฺติ    นโฬว หริโต ลุโต.

สํ. ส. ๑๕/๗.

   
คนฉลาด ไม่ฟุ่งซ่าน ไม่คลอนแคลน มีปัญญา   สำรวมอินทรีย์ มีมิตรดี พึงทำที่สุดทุกข์ได้.

อนุทฺธโต อจปโล    นิปโก สํวุตินฺทฺริโย
กลฺยาณมิตฺโต เมธาวี    ทุกฺขสฺสนฺตกโร สิยา.

(อญฺญาโกณฺฑญฺญเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๖.

   
กามทั้งหลายมีความยินดีน้อย มีทุกข์มาก,  บัณฑิตรู้ดังนี้แล้ว ไม่ใยดีในกามแม้เป็นทิพย์. 

อปฺปสฺสาทา ทุกฺขา กามา    อิติ วิญฺญาย ปณฺฑิโต
อปิ ทิพฺเพสุ กาเมสุ    รตึ โส นาธิคจฺฉติ.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๐.

   
ผู้ประกอบตนในสิ่งที่ไม่ควรประกอบ และไม่ประกอบตนในสิ่งควรประกอบ  ละประโยชน์เสีย ถือตามชอบใจ ย่อมกระหยิ่มต่อผู้ประกอบตนเนืองๆ. 

อโยเค ยุญฺชมตฺตานํ    โยคสฺมิญฺจ อโยชยํ
อตฺถํ หิตฺวา ปิยคฺคาหี    ปิเหตตฺตานุโยคินํ.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๓.

ผู้ใดรู้ธรรมของอสัตบุรุษและของสัตบุรุษ ทั้งภายใน ทั้งภายนอก  มีเทวดาและมนุษย์บูชาในโลกทั้งปวง ผู้นั้นจึงล่วงข่ายคือเครื่องข้องได้ และเป็นมุนี. 

อสตญฺจ สตญฺจ ญตฺวา ธมฺมํ
อชฺฌตฺตํ พหิทฺธา จ สพฺพโลเก
เทวมนุสฺเสหิ จ ปูชิโต โย
โส สงฺคชาลมติจฺจ โส มุนิ.

ขุ. สุ. ๒๕/๔๓๒. ขุ. มหา. ๒๙/๔๐๖.

   
สมณะภายนอกไม่มี, สังขารเที่ยงไม่มี, ความหวั่นไหวของพระพุทธเจ้าทั้งหลายไม่มี,  เหมือนรอยเท้าไม่มีในอากาศ.

อากาเสว ปทํ นตฺถิ    สมโณ นตฺถิ พาหิโร
สงฺขารา สสฺสตา นตฺถิ    นตฺถิ พุทฺธานมิญฺชิตํ.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๙.

   
เกียรติยศย่อมเจริญแก่ผู้ขยัน มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วจึงทำ  สำรวมแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท.

อุฏฺฐานวโต สตีมโต    สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมการิโน
สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน    อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ.

ขุ. ธ. ๒๕/๑๘.

   
ผู้ชนะย่อมก่อเวร ผู้แพ้ย่อมนอนเป็นทุกข์  คนละความชนะและความแพ้ได้แล้ว สงบใจได้ ย่อมนอนเป็นสุข

ชยํ เวรํ ปสวติ    ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต
อุปสนฺโต สุขํ เสติ    หิตฺวา ชยปราชยํ.

ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๔๑๕.

   

(เพราะธรรมของสัตบุรุษยากที่อสัตบุรุษจะประพฤติตาม)   คติที่ไปจากโลกนี้ของสัตบุรุษและอสัตบุรุษจึงต่างกัน,   คืออสัตบุรุษไปนรก, สัตบุรุษไปสวรรค์.

ตสฺมา สตญฺจ อสตญฺจ    นานา โหติ อิโต คติ
อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ    สนฺโต สคฺคปรายนา.

ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๔๑๕

   
เพราะนักปราชญ์มีสติตั้งมั่นในธรรมวินัยนี้ ไม่เสพกามและบาป   พึงละกามทั้งทุกข์ได้ ท่านจึงกล่าวบุคคลนั้นว่า ผู้ไปทวนกระแส. 

ตสฺมา หิ ธีโร อิธุปฏฺฐิตาสติ
กาเม จ ปาเป จ อเสวมาโน
สหาปิ ทุกฺเขน ชเหยฺย กาเม
ปฏิโสตคามินี ตมาหุ ปุคฺคลํ.

องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๗.

   
เมื่อสัตบุรุษให้สิ่งที่ให้ยาก ทำกรรมที่ทำได้ยาก, อสัตบุรุษย่อมทำตามไม่ได้  เพราะธรรมของสัตบุรุษยากที่อสัตบุรุษจะประพฤติตาม

ทุทฺททํ ททมานานํ    ทุกฺกรํ กมฺมกุพฺพตํ
อสนฺโต นานุกุพฺพนฺติ    สตํ ธมฺโม ทุรนฺวโย.

(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. ทุก. ๒๗/๖๓.

   
บุคคลเป็นคนเลวเพราะชาติก็หาไม่ เป็นผู้ประเสริฐเพราะชาติก็หาไม่   (แต่) เป็นคนเลวเพราะการกระทำ เป็นผู้ประเสริฐก็เพราะการกระทำ.

น ชจฺจา วสโล โหติ    น ชจฺจา โหติ พฺราหฺมโณ
กมฺมุนา วสโล โหติ    กมฺมุนา โหติ พฺราหฺมโณ.

ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๒.

   
บุคคลถึงความสำเร็จแล้ว (พระอรหันตผล) ไม่สะดุ้ง ปราศจากตัณหา ไม่มีกิเลสเครื่องยั่วยวน ตัดลูกศรอันจะนำไปสู่ภพได้แล้ว ร่างกายจึงชื่อว่า มีในที่สุด.

นิฏฺฐํ คโต อสนฺตาสี    วีตตณฺโห อนงฺคโณ
อจฺฉินฺทิ ภวสลฺลานิ     อนฺติโมยํ สมุสฺสโย.

ขุ. ธ. ๒๕/๖๓.

   

ผู้ใดมีความสัตย์ มีธรรม มีความไม่เบียดเบียน มีความสำรวม 
และมีความข่มใจ ผู้นั้นแล ชื่อว่า ผู้มีปัญญา หมดมลทิน เขาเรียกท่านว่า เถระ.
 

ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม     จ อหึสา สญฺญโม ทโม
ส เว วนฺตมโล ธีโร     โส เถโรติ ปวุจฺจติ.

ขุ. ธ. ๒๕/๕๐.

   
เมื่อใด บัณฑิตรู้ว่า ชราและมรณะเป็นทุกข์ กำหนดรู้ทุกข์ซึ่งเป็นที่อาศัยแห่งปุถุชน  มีสติเพ่งพินิจอยู่ เมื่อนั้น ย่อมไม่ประกอบความยินดีที่ยิ่งกว่านั้น. 

ยทา ทุกฺขํ ชรามรณนฺติ ปณฺฑิโต
อวิทฺทสู ยตฺถ สิตา ปุถุชชนา
ทุกฺขํ ปริญฺญาย สโต ว ฌายติ
ตโต รตึ ปรมตรํ น วินฺทติ.

(ภูตเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๔๔.

   
คนบางพวกเหล่าใด ไม่สำรวมในกาม ยังไม่ปราศจากราคะ  เป็นผู้บริโภคกามในโลกนี้, คนเหล่านั้นถูกตัณหาครอบงำ  ลอยไปตามกระแส (ตัณหา) ต้องเป็นผู้เข้าถึงชาติชราร่ำไป.

เย เกจิ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา 
อวีตราคา อิธ กามโภคิโน
ปุนปฺปุนํ ชาติชรูปคา หิ เต
ตณฺหาธิปนฺนา อนุโสตคามิโน.

องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๗.

   
คนเหล่าใดเขลา มีปัญญาทราม มีความคิดเลว ถูกความหลงปกคลุม,  คนเช่นนั้น ย่อมติดเครื่องผูกอันมารทอดไว้นั้น.

เย จ โข พาลา ทุมฺเมธา     ทุมฺมนฺตี โมหปารุตา 
ตาทิสา ตตฺถ รชฺชนฺติ     มารกฺขิตฺตสฺมิ พนฺธเน.

(นนฺทกเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๑๒.

   
ผู้มีปัญญาเหล่าใด ประกอบด้วยศีล ยินดีในความสงบด้วยปัญญา  ผู้มีปัญญาเหล่านั้น เว้นไกลจากความชั่วแล้ว ไม่ต้องเชื่อผู้อื่น.
 

เย จ สีเลน สมฺปนฺนา     ปญฺญายูปสเม รตา
อารกา วิรตา ธีรา     น โหนฺติ ปรปตฺติยา.

(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. จตุกฺก. ๒๗/๑๔๓.

   
ผู้มีปัญญาเหล่าใด ขวนขวายในฌาน ยินดีในความสงบอันเกิดจากเนกขัมมะ  เทวดาทั้งหลายก็พอใจต่อผู้มีปัญญา ผู้รู้ดีแล้ว มีสติเหล่านั้น.
 

เย ฌานปสุตา ธีรา     เนกฺขมฺมูปสเม รตา 
เทวาปิ เตสํ ปิหยนฺติ     สมฺพุทฺธานํ สตีมตํ.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๙.

   
ผู้ใดเป็นคนขัดเคือง เหนียวแน่น ปรารถนาลามก ตระหนี่  โอ้อวด ไม่ละอาย และไม่เกรงกลัวบาป พึงรู้ว่า ผู้นั้นเป็นคนเลว.
 

โรสโก กทริโย จ     ปาปิจฺโฉ มจฺฉรี สโฐ
อหิริโก อโนตฺตปฺปี     ตํ ชญฺญา วสโล อิติ.

ขุ. สุ. ๒๕/๓๕๑.

   
ผู้มีบุตรย่อมเศร้าโศกเพราะบุตร, ผู้มีโคย่อมเศร้าโศกเพราะโคเหมือนกัน,  นรชนมีความเศร้าโศกเพราะอุปธิ, ผู้ใด ไม่มีอุปธิ ผู้นั้น ไม่ต้องเศร้าโศกเลย.

โสจติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา
โคมิโก โคหิ ตเถว โสจติ
อุปธีหิ นรสฺส โสจนา
น หิ โส โสจติ โย นิรูปธิ.

สํ. ส. ๑๕/๙.

 

 powered by Bythailand.com 

© 2545 DhammaLife.com  ::   Email: info@dhammalife.com