| กรรมชั่วของตนเอง ย่อมนำไปสู่ทุคคติ |
|
สานิ กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคตึ
ขุ.ธ. ๒๕/๔๗ |
| ความดี อันคนดีทำง่าย |
|
สุกรํ สาธุนา สาธุ
ขุ.อุ. ๒๕/๑๖๗ |
| ความดี อันคนชั่วทำยาก |
|
สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ
ขุ.อุ. ๒๕/๑๖๗ |
|
ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำนั้นแลเป็นดี |
|
ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ
ขุ.ธ. ๒๕/๒๓ |
| ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี |
|
น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ
ขุ.ธ. ๒๕/๒๓ |
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว |
|
ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ
กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ
สํ.ส. ๑๕/๓๓๓ |
| ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า |
|
นิสมฺม กรณํ เสยฺโย
ว.ว. |
| พึงรักษาความดีของตนไว้ ดังเกลือรักษาความเค็ม |
|
รกฺเขยฺย อตฺตโน สาธุ ํ ลวณํ โลณตํ ยถา
ส.ส. |
| ไม่พึงทำประโยชน์แก่ผู้มุ่งความพินาศ |
|
นานตฺถกามสฺส กเรยฺย อตฺถํ
ขุ.ชา.ทสก. ๒๗/๘๔ |
| |
|
|
ประโยชน์ทั้งหลายย่อมล่วงเลยคน ผู้ทอดทิ้งการงาน
ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว |
|
อติสีตํ อติอุณฺห ํ อติสายมิทํ อหุ
อิติ วิสฺฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว
ที.ปาฏิ. ๑๑/๑๙๙ |
| |
|
|
เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก
เขาเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้ |
|
อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ
เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ
ขุ.ธ. ๒๕/๓๓ |
| |
|
|
ผู้ใดปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง
ผู้นั้นย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ดุจมาณพ (ผู้ประมาทแล้วรีบ) หักไม้กุ่ม ฉะนั้น |
|
โย ปุพฺเพ กรณียานิ ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉติ
วรุณกฏฺฐํ ภญฺโชว ส ปจฺฉา อนุตปฺปติ
(โพธิสตฺต) ขุ.ชา.เอก. ๒๗/๒๓ |
| |
|
|
ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ
ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ ฉะนั้น |
|
สเจ ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ นิคจฺฉติ
โปราณกํ กตํ ปาปํ ตเมโส มุญฺจเต อิณํ
(โพธิสตฺต) ขุ.ชา.ปณฺณาส. ๒๘/๒๕ |
| |
|
|
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน
่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข |
|
สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน วิหึสติ
อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส น ลภเต สุขํ
ขุ.ธ. ๒๕/๓๒ |
| |
|
|
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน
ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข |
|
สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน น หึสติ
อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส ลภเต สุขํ
ขุ.ธ. ๒๕/๓๒ |
| |
|
|
ผู้หมั่นในการงาน ไม่ประมาท เป็นผู้รอบคอบ
จัดการงานเรียบร้อย, จึงควรอยู่ในราชการ. |
|
อุฏฺฐาตา กมฺมเธยฺเยสุ อปฺปมตฺโต วิจกฺขโณ
สุสํวิหิตกมฺมนฺโต ส ราชวสตึ วเส.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๓๓๙. |
| |
|
|
| ถ้าคนพึงทำบาป ก็ไม่ควรทำบาปนั้นบ่อยๆ ไม่ควรทำความพอใจในบาปนั้น เพราะการสั่งสมบาป นำทุกข์มาให้. |
|
ปาปญฺเจ ปุริโส กยิรา น นํ กยิรา ปุนปฺปุนํ
น ตมฺหิ ฉนฺทํ กยิราถ ทุกโข ปาปสฺส อุจฺจโย.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๐. |
| |
|
|
| ผู้อื่นทำความดีให้ ทำประโยชน์ให้ก่อน แต่ไม่นึกถึง (บุญคุณ) เมื่อมีกิจเกิดขึ้นภายหลัง จะหาผู้ช่วยทำไม่ได้. |
|
โย ปุพฺเพ กตกลฺยาโณ กตตฺโถ นาวพุชฺฌติ
ปจฺฉา กิจฺเจ สมุปฺปนฺเน กตฺตารํ นาธิคจฺฉติ.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. เอก. ๒๗/๒๙. |
| |
|
|
สัตว์ทั้งปวงหวาดต่ออาชญา
ล้วนกลัวต่อความตาย ควรทำตนให้เป็นอุปมาแล้วไม่พึงฆ่าเอง ไม่พึงใช้ผู้อื่นให้ฆ่า
|
|
สพฺเพ ตสนฺติ ทณฺฑสฺส สพฺเพ ภายนฺติ มจฺจุโน
อตฺตานํ อุปมํ กตฺวา น หเนยฺย น ฆาตเย
ขุ. ธ. ๒๕/๓๒. |