| ธรรมเหมือนห้วงน้ำไม่มีตม |
|
ธมฺโม รหโท อกทฺทโม
ขุ.ชา.ฉกฺก. ๒๗/๒๐๒ |
| ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้ |
|
ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ
สํ.ส. ๑๕/๕๘ |
| ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม |
|
ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ
ขุ.เถร. ๒๖/๓๑๔ |
| ผู้ประพฤติธรรม ไม่ไปสู่ทุคติ |
|
น ทุคฺคตึ คจฺฉติ ธมฺมจารี
ขุ.เถร. ๒๖/๓๑๔ |
| เกียรติ ย่อมไม่ละผู้ตั้งอยู่ในธรรม |
|
ธมฺเม ฐิตํ น วิชหาติ กิตฺติ
องฺ.ปญฺจก. ๒๓/๕๑ |
| ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่ทำบาป |
|
ธมฺเม ฐิตา เย น กโรนฺติ ปาปกํ
องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๒๕ |
| พึงประพฤติธรรมให้สุจริต ไม่ควรประพฤติให้ทุจจริต |
|
ธมฺมํ จเร สุจริตํ น ตํ ทุจฺจริตํ จเร
ขุ.ธ. ๒๕/๓๘ |
| |
|
|
เขากล่าวว่า ฟ้ากับดินไกลกัน และฝั่งทะเลก็ไกลกัน
แต่ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษ ไกลกันยิ่งกว่านั้น |
|
นภญฺจ ทูเร ปฐวี จ ทูเร
ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร
ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ
สตญฺจ ธมฺโม อสตญฺจ ราช
(พฺราหฺมณ) ขุ.ชา.อสีติ. ๒๘/๑๔๓ |
| |
|
|
เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทำความสว่างอุบัติขึ้นในโลก
พระองค์ย่อมประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์นี้ |
|
ยทา จ พุทฺธา โลกสฺมึ อุปฺปชฺชนฺติ ปภงฺกรา
เต อิมํ ธมฺมํ ปกาเสนฺติ ทุกฺขูปสมคามินํ
(สารีปุตฺต) ขุ.ปฏิ. ๓๑/๔๑๘ |
| |
|
|
|
ชนใดประพฤติธรรม ในธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว ชนเหล่านั้นจักข้ามแดนมฤตยูที่ข้ามได้ยาก |
|
เย จ โข สมฺมทกฺขาเต ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน
เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ มจฺจุเธยฺยํ สุทตฺตรํ
ขุ.ธ. ๒๕/๒๖ |
| |
|
|
ผู้ใดปราถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ สุข อันเป็นทิพย์
ผู้นั้นพึงงดเว้นบาปทั้งหลาย แล้วประพฤติสุจริตธรรม ๓ อย่าง |
|
โย อิจฺเฉ ทิพฺพโภคญฺจ ทิพฺพมายุ ํ ยสํ สุขํ
ปาปานิ ปริวชฺ เชตฺวา ติวิธํ ธมฺมมาจเร
(เทวธีตา) ขุ.ชา.มหา. ๒๘/๓๐๖ |
| |
|
|
| พึงขจัดตัณหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง, เพราะเขาถือมั่นสิ่งใดๆ ในโลกไว้ มารย่อมติดตามเขาไป เพราะสิ่งนั้นๆ. |
|
อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพํ
อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌ
ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ
เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุ ํ.
ขุ. สุ. ๒๕/๙๔๖. ขุ. จู. ๓๑/๒๐๒. |
| |
|
|
จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง
จงเพิ่มพูนทางสงบ (ให้ถึง) พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว |
|
อุจฉินฺท สิเนหมตฺตโน
กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา
สนฺติมคฺคเมว พฺรูหย
นิพฺพานํ สุคเตน เทสิตํ
ขุ. ธ. ๒๕/๕๓ |
| |
|
|
| บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และป้องกันจากคนไม่ดี เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี. |
|
โอวเทยฺยานุสาเสยฺย อสพฺภา จ นิวารเย
สตํ หิ โส ปิโย โหติ อสตํ โหติ อปฺปิโย.
ขุ. ธ. ๒๕/๒๕. |
| |
|
|
ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม มีความประพฤติประเสริฐ ปราศจากตัณหา มีสติทุกเมื่อ พิจารณาแล้ว ดับกิเลสแล้ว ย่อมไม่มีความหวั่นไหว.
|
|
กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา วีตตณฺโห สทา สโต
สงฺขาย นิพฺพุโต ภิกฺขุ ตสฺส โน สนฺติ อิญฺชิตา.
ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๓๕.
|
| |
|
|
| พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ,
เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะ เมื่อคำนึงถึงธรรม
พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต ทุกอย่าง. |
|
จเช ธนํ องฺควรสฺส เหตุ
องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน
องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ
สพฺพํ จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๔๗. |
| |
|
|
พึงเป็นผู้พอใจและประทับใจในพระนิพพานที่บอกไม่ได้
ผู้มีจิตไม่ติดกาม ท่านเรียกว่าผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน. |
|
ฉนฺทชาโต อนกฺขาเต มนสา จ ผุโฐ สิยา
กาเม จ อปฏิพทฺธจิตฺโต อุทฺธํโสโตติ วุจฺจติ.
ขุ. ธ. ๒๕/๔๔. |
| |
|
|
| ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้. |
|
ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา
อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ
สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ
สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ.
สํ. ส. ๑๕/๑๐๒. |
| |
|
|
|
ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ มีความเพียรติดต่อ บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์ ย่อมถูกต้องพระนิพพาน อันปลอดจากโยคะ หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้ |
|
เต ฌายิโน สาตติกา นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา
ผุสนฺติ ธีรา นิพฺพานํ โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ
ขุ.ธ. ๒๕/๑๘ |
| |
|
|
| ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น
ทุกข์ย่อมตั้งอยู่
และเสื่อมไป
นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด
นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ. |
|
ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ
นาญฺญตร ทุกฺขา สมฺโภติ นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌติ.
(วชิราภิกฺขุนี) สํ. ส. ๑๕/๑๙๙, ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๖. |
| |
|
|
| มหาราช ! ธรรมเป็นทาง (ควรดำเนินตาม)
ส่วนอธรรมนอกลู่นอกทาง (ไม่ควรดำเนินตาม)
อธรรมนำไปนรกถึงสวรรค์. |
|
ธมฺโม ปโถ มหาราช อธมฺโม ปน อุปฺปโถ
อธมฺโม นิรยํ เนติ ธมฺโม ปาเปติ สุคตึ.
(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. สฏฺฐิ. ๒๘/๓๙ |
| |
|
|
|
เรา (ตถาคต) ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญา ความเพียร ความระวังตัว และการสละสิ่งทั้งปวง |
|
นาญฺญตฺร โพชฺฌาตปสา นาญฺญตฺร อินฺทริยสํวรา
นาญฺญตฺร สพฺพนิสฺสคฺคา โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ
สํ.ส. ๑๕/๗๕ |
| |
|
|
| ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ. |
|
เย สนฺตจิตฺตา นิปกา สติมนฺโต จ ฌายิโน
สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสนฺติ กาเมสุ อนเปกฺขิโน.
ขุ. อิติ. ๒๕/๒๖๐. |
| |
|
|
ผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมัปปธาน
มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์
ดาดาษด้วยดอกไม้คือวิมุตติ
หาอาสวะมิได้ จักปรินิพพาน.
|
|
สมฺมปฺปธานสมฺปนฺโน
สติปฏฺฐานโคจโร
วิมุตฺติกุสุมสญฺฉนฺโน
ปรินิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว.
(เทวสภเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๒๗๘๒. |
| |
|
|
| พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ เป็นสุขดีหนอ. |
|
สุสุขํ วต นิพฺพานํ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ
อโสกํ วิรชํ เขมํ ยตฺถ ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ.
(หาริตเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙. |
| |
|
|
| โสรัจจะและอวิหิสานั้น เป็นช้างเท้าหลัง สติและสัมปชัญญะนั้น เป็นช้างเท้าหน้า. |
|
โสรจฺจํ อวิหึสา จ ปาทา นาคสฺส เต ทุเว
สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ จรณา นาคสฺส เต ปเร.
(อุทายีเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๘. |
| |
|
|
| ไม่ควรเสพธรรมที่เลว
ไม่ควรอยู่กับความประมาท
ไม่ควรเสพมิจฉาทิฏฐิ
ไม่ควรเป็นคนรกโลก. |
|
หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย ปมาเทน น สํวเส
มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสเวยฺย น สิยา โลกวฑฺฒโน.
ขุ. ธ. ๒๕/๓๗. |
| |
|
|
| บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นกษัตริย์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างเลว.,
ถึงความเป็นเทวดา ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง,
ย่อมบริสุทธิ์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง. |
|
หีเนน พฺรหฺมจริเยน ขตฺติเย อุปปชฺชติ.
มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ อุตฺตเมน วิสุชฺฌนฺติ.
ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๙๙. |
| |
|
|
|
พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะ เมื่อคำนึงถึงธรรม พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต ทุกอย่าง |
|
จเช ธนํ องฺควรสฺส เหตุ
องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน
องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ สพฺพํ
จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต
ขุ.ชา. ๒๘/๓๘๒/๑๔๗ |
| |
|
|
ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา
ส่วนธรรมสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้ |
|
ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ
สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ
สํ.ส. ๑๕/๓๓๓/๑๐๒ |
| |
|
|
|
ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจ ไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ |
|
เย สนฺตจิตฺตา นิปกา สติมนฺโต จ ฌายิโน
สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสนฺติ กาเมสุ อนเปกฺขิโน
ขุ.อิติ. ๒๕/๒๒๓/๒๖๐ |
| |
|
|