ธรรมะ
พุทธศาสนสุภาษิต

ธัมมวรรค - หมวดธรรม

 

ตน
จิต
บุคคล
กรรม
ความตาย
. . . . . . . . .
ธรรม
ไม่ประมาท
อดทน
ความเพียร
บุญ
สุข
ชนะ
. . . . . . . . .
กิเลส
บาป
ทุกข์
โกรธ
. . . . . . . . .
วาจา
มิตร
คบหา
สามัคคี
. . . . . . . . .
ทาน
ศีล
ปัญญา
เบ็ดเตล็ด
. . . . . . . . .
อักษรย่อ

 

 
 
ธรรมเหมือนห้วงน้ำไม่มีตม

ธมฺโม รหโท อกทฺทโม

ขุ.ชา.ฉกฺก. ๒๗/๒๐๒

ธรรมที่ประพฤติดีแล้ว นำสุขมาให้

ธมฺโม สุจิณฺโณ สุขมาวหาติ

สํ.ส. ๑๕/๕๘

ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ

ขุ.เถร. ๒๖/๓๑๔

ผู้ประพฤติธรรม ไม่ไปสู่ทุคติ

น ทุคฺคตึ คจฺฉติ ธมฺมจารี

ขุ.เถร. ๒๖/๓๑๔

เกียรติ ย่อมไม่ละผู้ตั้งอยู่ในธรรม

ธมฺเม ฐิตํ น วิชหาติ กิตฺติ

องฺ.ปญฺจก. ๒๓/๕๑

ผู้ตั้งอยู่ในธรรม ย่อมไม่ทำบาป

ธมฺเม ฐิตา เย น กโรนฺติ ปาปกํ

องฺ. จตุกฺก. ๒๑/๒๕

พึงประพฤติธรรมให้สุจริต  ไม่ควรประพฤติให้ทุจจริต

ธมฺมํ จเร สุจริตํ    น ตํ ทุจฺจริตํ จเร

ขุ.ธ. ๒๕/๓๘

   
เขากล่าวว่า ฟ้ากับดินไกลกัน และฝั่งทะเลก็ไกลกัน    
แต่ธรรมของสัตบุรุษกับอสัตบุรุษ ไกลกันยิ่งกว่านั้น

นภญฺจ ทูเร ปฐวี จ ทูเร
ปารํ สมุทฺทสฺส ตทาหุ ทูเร
ตโต หเว ทูรตรํ วทนฺติ
สตญฺจ ธมฺโม อสตญฺจ ราช

(พฺราหฺมณ) ขุ.ชา.อสีติ. ๒๘/๑๔๓

   
เมื่อพระพุทธเจ้าผู้ทำความสว่างอุบัติขึ้นในโลก  
พระองค์ย่อมประกาศธรรมสำหรับดับทุกข์นี้

ยทา จ พุทฺธา โลกสฺมึ     อุปฺปชฺชนฺติ ปภงฺกรา
เต อิมํ ธมฺมํ ปกาเสนฺติ     ทุกฺขูปสมคามินํ

(สารีปุตฺต) ขุ.ปฏิ. ๓๑/๔๑๘

   
ชนใดประพฤติธรรม ในธรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวดีแล้ว    ชนเหล่านั้นจักข้ามแดนมฤตยูที่ข้ามได้ยาก

เย จ โข สมฺมทกฺขาเต     ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน
เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ     มจฺจุเธยฺยํ สุทตฺตรํ

ขุ.ธ. ๒๕/๒๖

   
ผู้ใดปราถนาโภคทรัพย์ อายุ ยศ สุข อันเป็นทิพย์
ผู้นั้นพึงงดเว้นบาปทั้งหลาย แล้วประพฤติสุจริตธรรม ๓ อย่าง

โย อิจฺเฉ ทิพฺพโภคญฺจ     ทิพฺพมายุ ํ ยสํ สุขํ
ปาปานิ ปริวชฺ เชตฺวา     ติวิธํ ธมฺมมาจเร

(เทวธีตา) ขุ.ชา.มหา. ๒๘/๓๐๖

   
พึงขจัดตัณหาที่เป็นเหตุถือมั่นทั้งปวง ทั้งเบื้องสูง เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ท่ามกลาง, เพราะเขาถือมั่นสิ่งใดๆ ในโลกไว้ มารย่อมติดตามเขาไป เพราะสิ่งนั้นๆ.

อาทานตณฺหํ วินเยถ สพฺพํ
อุทฺธํ อโธ ติริยํ วาปิ มชฺเฌ
ยํ ยํ หิ โลกสฺมึ อุปาทิยนฺติ
เตเนว มาโร อนฺเวติ ชนฺตุ ํ.

ขุ. สุ. ๒๕/๙๔๖. ขุ. จู. ๓๑/๒๐๒.

   
จงเด็ดเยื่อใยของตนเสีย เหมือนเอาฝ่ามือเด็ดบัวในฤดูแล้ง
จงเพิ่มพูนทางสงบ (ให้ถึง) พระนิพพานที่พระสุคตแสดงแล้ว

อุจฉินฺท สิเนหมตฺตโน
กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา
สนฺติมคฺคเมว พฺรูหย
นิพฺพานํ สุคเตน เทสิตํ

ขุ. ธ. ๒๕/๕๓

   
บุคคลควรเตือนกัน ควรสอนกัน และป้องกันจากคนไม่ดี    เพราะเขาย่อมเป็นที่รักของคนดี แต่ไม่เป็นที่รักของคนไม่ดี.

โอวเทยฺยานุสาเสยฺย    อสพฺภา จ นิวารเย
สตํ หิ โส ปิโย โหติ    อสตํ โหติ อปฺปิโย.

ขุ. ธ. ๒๕/๒๕.

   

ภิกษุผู้เห็นโทษในกาม   มีความประพฤติประเสริฐ  ปราศจากตัณหา   มีสติทุกเมื่อ   พิจารณาแล้ว  ดับกิเลสแล้ว  ย่อมไม่มีความหวั่นไหว.
 

กาเมสุ พฺรหฺมจริยวา    วีตตณฺโห สทา สโต
สงฺขาย นิพฺพุโต ภิกฺขุ    ตสฺส โน สนฺติ อิญฺชิตา.

ขุ. สุ. ๒๕/๕๓๑. ขุ. จู. ๓๐/๓๕.

   
พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ,  เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะ   เมื่อคำนึงถึงธรรม  พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต ทุกอย่าง.

จเช ธนํ องฺควรสฺส เหตุ
องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน
องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ
สพฺพํ จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต.

(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. อสีติ. ๒๘/๑๔๗.

   
พึงเป็นผู้พอใจและประทับใจในพระนิพพานที่บอกไม่ได้
ผู้มีจิตไม่ติดกาม   ท่านเรียกว่าผู้มีกระแสอยู่เบื้องบน.

ฉนฺทชาโต อนกฺขาเต   มนสา จ ผุโฐ สิยา
กาเม จ อปฏิพทฺธจิตฺโต   อุทฺธํโสโตติ วุจฺจติ.

ขุ. ธ. ๒๕/๔๔.

   
ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า   แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา    ส่วนธรรมของสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา    สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้.

ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา
อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ
สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ
สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ.

สํ. ส. ๑๕/๑๐๒.

   
ผู้ฉลาดนั้นเป็นผู้เพ่งพินิจ  มีความเพียรติดต่อ  บากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์  ย่อมถูกต้องพระนิพพาน  อันปลอดจากโยคะ  หาธรรมอื่นยิ่งกว่ามิได้

เต ฌายิโน สาตติกา     นิจฺจํ ทฬฺหปรกฺกมา
ผุสนฺติ ธีรา นิพฺพานํ     โยคกฺเขมํ อนุตฺตรํ

ขุ.ธ. ๒๕/๑๘

   
ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น  ทุกข์ย่อมตั้งอยู่  และเสื่อมไป    นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด   นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ.

ทุกฺขเมว หิ สมฺโภติ    ทุกฺขํ ติฏฺฐติ เวติ จ
นาญฺญตร ทุกฺขา สมฺโภติ   นาญฺญตฺร ทุกฺขา นิรุชฺฌติ.

(วชิราภิกฺขุนี) สํ. ส. ๑๕/๑๙๙,   ขุ. มหา. ๒๙/๕๓๖.

   
มหาราช !  ธรรมเป็นทาง (ควรดำเนินตาม)   ส่วนอธรรมนอกลู่นอกทาง (ไม่ควรดำเนินตาม)    อธรรมนำไปนรกถึงสวรรค์.

ธมฺโม ปโถ มหาราช    อธมฺโม ปน อุปฺปโถ
อธมฺโม นิรยํ เนติ    ธมฺโม ปาเปติ สุคตึ.

(โพธิสตฺต) ขุ. ชา. สฏฺฐิ. ๒๘/๓๙

   
เรา (ตถาคต) ไม่เห็นความสวัสดีของสัตว์ทั้งหลาย นอกจากปัญญา  ความเพียร  ความระวังตัว  และการสละสิ่งทั้งปวง

นาญฺญตฺร โพชฺฌาตปสา     นาญฺญตฺร อินฺทริยสํวรา
นาญฺญตฺร สพฺพนิสฺสคฺคา     โสตฺถึ ปสฺสามิ ปาณินํ

สํ.ส. ๑๕/๗๕

   
ผู้มีจิตสงบ มีปัญญาเครื่องรักษาตัว มีสติ เป็นผู้เพ่งพินิจไม่เยื่อใยในกาม ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ.

เย สนฺตจิตฺตา นิปกา    สติมนฺโต จ ฌายิโน
สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสนฺติ    กาเมสุ อนเปกฺขิโน.

ขุ. อิติ. ๒๕/๒๖๐.

   
ผู้ถึงพร้อมด้วยสัมมัปปธาน
มีสติปัฏฐานเป็นอารมณ์
ดาดาษด้วยดอกไม้คือวิมุตติ
หาอาสวะมิได้ จักปรินิพพาน.

สมฺมปฺปธานสมฺปนฺโน
สติปฏฺฐานโคจโร
วิมุตฺติกุสุมสญฺฉนฺโน
ปรินิพฺพายิสฺสตฺยนาสโว.

(เทวสภเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๒๗๘๒.

   
พระนิพพานที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว ไม่มีโศก ปราศจากธุลี เกษม เป็นที่ดับทุกข์ เป็นสุขดีหนอ.

สุสุขํ วต นิพฺพานํ    สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิตํ
อโสกํ วิรชํ เขมํ    ยตฺถ ทุกฺขํ นิรุชฺฌติ.

(หาริตเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๐๙.

   
โสรัจจะและอวิหิสานั้น เป็นช้างเท้าหลัง สติและสัมปชัญญะนั้น เป็นช้างเท้าหน้า.

โสรจฺจํ อวิหึสา จ    ปาทา นาคสฺส เต ทุเว
สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ    จรณา นาคสฺส เต ปเร.

(อุทายีเถร) ขุ. เถร. ๒๖/๓๖๘.

   
ไม่ควรเสพธรรมที่เลว ไม่ควรอยู่กับความประมาท ไม่ควรเสพมิจฉาทิฏฐิ ไม่ควรเป็นคนรกโลก.

หีนํ ธมฺมํ น เสเวยฺย    ปมาเทน น สํวเส
มิจฺฉาทิฏฺฐึ น เสเวยฺย    น สิยา โลกวฑฺฒโน.

ขุ. ธ. ๒๕/๓๗.

   
บุคคลย่อมเข้าถึงความเป็นกษัตริย์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างเลว., ถึงความเป็นเทวดา ด้วยพรหมจรรย์อย่างกลาง, ย่อมบริสุทธิ์ ด้วยพรหมจรรย์อย่างสูง.

หีเนน พฺรหฺมจริเยน    ขตฺติเย อุปปชฺชติ.
มชฺฌิเมน จ เทวตฺตํ    อุตฺตเมน วิสุชฺฌนฺติ.

ขุ. ชา. มหา. ๒๘/๑๙๙.

   
พึงสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ   เมื่อรักษาชีวิตพึงสละอวัยวะ   เมื่อคำนึงถึงธรรม พึงสละอวัยวะ ทรัพย์ และแม้ชีวิต ทุกอย่าง

จเช ธนํ องฺควรสฺส เหตุ
องฺคํ จเช ชีวิตํ รกฺขมาโน
องฺคํ ธนํ ชีวิตญฺจาปิ สพฺพํ
จเช นโร ธมฺมมนุสฺสรนฺโต

ขุ.ชา. ๒๘/๓๘๒/๑๔๗

   
ราชรถอันงดงามย่อมคร่ำคร่า แม้ร่างกายก็เข้าถึงชรา
ส่วนธรรมสัตบุรุษย่อมไม่เข้าถึงชรา สัตบุรุษกับสัตบุรุษเท่านั้นย่อมรู้กันได้

ชีรนฺติ เว ราชรถา สุจิตฺตา อโถ สรีรมฺปิ ชรํ อุเปติ
สตญฺจ ธมฺโม น ชรํ อุเปติ สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ

สํ.ส. ๑๕/๓๓๓/๑๐๒

   
ผู้มีจิตสงบ  มีปัญญาเครื่องรักษาตัว  มีสติ  เป็นผู้เพ่งพินิจ  ไม่เยื่อใยในกาม  ย่อมเห็นธรรมโดยชอบ

เย สนฺตจิตฺตา นิปกา     สติมนฺโต จ ฌายิโน
สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสนฺติ     กาเมสุ อนเปกฺขิโน

ขุ.อิติ. ๒๕/๒๒๓/๒๖๐

   

 

 powered by Bythailand.com 

© 2545 DhammaLife.com  ::   Email: info@dhammalife.com