ธรรมะ
พุทธศาสนสุภาษิต

จิตตวรรค - หมวดจิต

 

ตน
จิต
บุคคล
กรรม
ความตาย
. . . . . . . . .
ธรรม
ไม่ประมาท
อดทน
ความเพียร
บุญ
สุข
ชนะ
. . . . . . . . .
กิเลส
บาป
ทุกข์
โกรธ
. . . . . . . . .
วาจา
มิตร
คบหา
สามัคคี
. . . . . . . . .
ทาน
ศีล
ปัญญา
เบ็ดเตล็ด
. . . . . . . . .
อักษรย่อ

 

 
 
เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคคติเป็นอันหวังได้

จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ   ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา

ม.มู. ๑๒/๖๔

เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง   สุคติเป็นอันหวังได้

จิตฺเต อสงฺกิลิฏฺเฐ   สุคติ ปาฏิกงฺขา

ม.มู. ๑๒/๖๔

โลกถูกจิตนำไป

จิตฺเตน นียติ โลโก

สํ.ส. ๑๕/๑๘๑

การฝึกจิตเป็นความดี จิตฺตสฺส  ทมโถ  สาธุ

ขุ. ธ. ๒๕/๑๙

   
จิตที่ฝึกแล้วนำสุขมาให้ จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ

ขุ. ธ. ๒๕/๑๓

   
จิตที่คุ้มครองแล้วนำสุขมาให้

จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ

ขุ. ธ. ๒๕/๑๓

ผู้ประพฤติตามอำนาจจิตย่อมลำบาก

วิหญฺญตี จิตฺตวสานุวตฺตี

ขุ. ชา. ๒๗/๓๑๖

พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรที่เต็มด้วยน้ำมัน

เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย   เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข

ขุ. ชา. ๒๗/๙๖

   
จงตามรักษาจิตของตน

สจิตฺตมนุรกฺขถ

ขุ.ธ. ๒๕/๕๘

ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิต

จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี

ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.

ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ

ยโต ยโต จ ปาปกํ     ตโต ตโต มโน นิวารเย

สํ.ส. ๑๕/๖๓

 

เมื่อจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม
มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์

อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส     สทฺธมฺมํ อวิชานโต
ปริปฺลวปสาทสฺส     ปญฺญา น ปริปูรติ

ขุ. ชา. ๒๗/๑๓

 

สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว

อานาปานสฺสติ ยสฺส     อปริปุณฺณา อภาวิตา
กาโยปิ อิญฺชิโต โหติ    จิตฺตมฺปิ โหติ อิญฺชิตํ

ขุ. ปฏิ. ๓๑/๓๖๙

 

สติกำหนดลมหายใจเข้าออก อันผู้ใดอบรมบริบูรณ์ดีแล้ว  ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็ไม่หวั่นไหว

อานาปานสฺสติ ยสฺส     ปริปุณฺณา สุภาวิตา
กาโยปิ อนิญฺชิโต โหติ    จิตฺตมฺปิ โหติ อนิญฺชิตํ

ขุ. ปฏิ. ๓๑/๓๖๙

 
โจรกับโจรหรือไพรีกับไพรี พึงทำความพินาศให้แก่กัน
ส่วนจิตตั้งไว้ผิด พึงทำให้เขาเสียหายยิ่งกว่านั้น

ทิโส ทิสํ ยนฺตํ กยิรา     เวริ วา ปน เวรินํ
มิจฺฉา ปณิหิตํ จิตตํ     ปาปิโย นํ ตโต กเร

ขุ. ธ. ๒๕/๑๓

 

มารดาบิดาหรือญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้นให้ได้
ส่วนจิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว พึงทำเขาให้ดีกว่านั้น

น ตํ มาตา ปิตา กยิรา     อญฺเญ วาปิจ ญาตกา
สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ     เสยฺยโส นํ ตโต กเร

ขุ. ธ. ๒๕/๑๓

 

ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดีฉันใด
ราคะย่อมรั่วรดจิตที่ไม่ได้อบรมฉันนั้น

ยถา อคารํ ทุจฺฉนฺนํ     วุฏฺ€ี สมติวิชฺฌติ
เอวํ อภาวิตํ จิตฺตํ     ราโค สมติวิชฺฌติ

ขุ. ธ. ๒๕/๑๑

 

ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด
บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น

เสโล ยถา เอกฆโน     วาเตน น สมีรติ
เอวํ นินฺทาปสํสาสุ    น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา

ขุ. ธ. ๒๕/๑๖

 
ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ  มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว
ผู้มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ผู้ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย

อนวสฺสุตจิตฺตสฺส     อนนฺวาหตเจตโส
ปุญฺญปาปปหีนสฺส     นตฺถิ ชาครโต ภยํ

ขุ.ธ. ๒๕/๒๐

บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ
กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว
พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา
และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้ ยับยั้งอยู่.

กุมฺภูปมํ   กายมิมํ   วิทิตฺวา
นครูปมํ   จิตฺตมิทํ   ถเกตฺวา
โยเธถ   มารํ   ปญฺญาวุเธน
ชิตญฺจ   รกฺเข   อนิเวสโน   สิยา.

ขุ. ธ. ๒๕/๒๐.

 

โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป
สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว

จิตฺเตน นียติ โลโก     จิตฺเตน ปริกิสฺสติ
จิตฺตสฺส เอกธมฺมสฺส     สพฺเพว วสมนฺวคู

สํ.ส. ๑๕/๑๘๑

 
การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่   เป็นความดี,   (เพราะว่า) จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้.

ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน    ยตฺถ กามนิปาติโน.
จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ    จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ.

ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.

 
ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์สมบัติพี่น้องพ่อแม่ 
ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา. 

ปทุฏฺฐจิตฺตสฺส น ผาติ โหติ
น จาปิ นํ เทวตา ปูชยนฺติ
โย ภาตรํ เปตฺติกํ สาปเตยฺยํ
อวญฺจยี ทุกฺกฏกมฺมการี.

(นทีเทวตา) ขุ. ชา. ติก. ๒๗/๑๒๐.

 
ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก   มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่, (เพราะว่า) จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้. 

สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ    ยตฺถ กามนิปาตินํ
จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี    จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ.

ขุ. ธ. ๒๕/๑๙.

 

 powered by Bythailand.com 

© 2545 DhammaLife.com  ::   Email: info@dhammalife.com