| เมื่อจิตเศร้าหมองแล้ว ทุคคติเป็นอันหวังได้ |
|
จิตฺเต
สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา
ม.มู. ๑๒/๖๔ |
| เมื่อจิตไม่เศร้าหมอง สุคติเป็นอันหวังได้ |
|
จิตฺเต
อสงฺกิลิฏฺเฐ สุคติ ปาฏิกงฺขา
ม.มู. ๑๒/๖๔ |
โลกถูกจิตนำไป |
|
จิตฺเตน นียติ โลโก
สํ.ส. ๑๕/๑๘๑ |
| การฝึกจิตเป็นความดี |
|
จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙ |
| |
|
|
| จิตที่ฝึกแล้วนำสุขมาให้ |
|
จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ
ขุ. ธ. ๒๕/๑๓ |
| |
|
|
| จิตที่คุ้มครองแล้วนำสุขมาให้ |
|
จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ
ขุ. ธ. ๒๕/๑๓ |
| ผู้ประพฤติตามอำนาจจิตย่อมลำบาก |
|
วิหญฺญตี จิตฺตวสานุวตฺตี
ขุ. ชา. ๒๗/๓๑๖ |
พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรที่เต็มด้วยน้ำมัน |
|
เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข
ขุ. ชา. ๒๗/๙๖ |
| |
|
|
| จงตามรักษาจิตของตน |
|
สจิตฺตมนุรกฺขถ
ขุ.ธ. ๒๕/๕๘ |
| ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิต |
|
จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙. |
| ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ |
|
ยโต ยโต จ ปาปกํ ตโต ตโต มโน นิวารเย
สํ.ส. ๑๕/๖๓ |
| |
เมื่อจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม
มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์ |
|
อนวฏฺฐิตจิตฺตสฺส สทฺธมฺมํ อวิชานโต
ปริปฺลวปสาทสฺส ปญฺญา น ปริปูรติ
ขุ. ชา. ๒๗/๑๓ |
| |
สติกำหนดลมหายใจเข้าออก
อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว |
|
อานาปานสฺสติ ยสฺส อปริปุณฺณา อภาวิตา
กาโยปิ อิญฺชิโต โหติ จิตฺตมฺปิ โหติ อิญฺชิตํ
ขุ. ปฏิ. ๓๑/๓๖๙ |
| |
สติกำหนดลมหายใจเข้าออก
อันผู้ใดอบรมบริบูรณ์ดีแล้ว ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็ไม่หวั่นไหว |
|
อานาปานสฺสติ ยสฺส ปริปุณฺณา สุภาวิตา
กาโยปิ อนิญฺชิโต โหติ จิตฺตมฺปิ โหติ อนิญฺชิตํ
ขุ. ปฏิ. ๓๑/๓๖๙ |
| |
โจรกับโจรหรือไพรีกับไพรี พึงทำความพินาศให้แก่กัน
ส่วนจิตตั้งไว้ผิด พึงทำให้เขาเสียหายยิ่งกว่านั้น |
|
ทิโส ทิสํ ยนฺตํ กยิรา เวริ วา ปน เวรินํ
มิจฺฉา ปณิหิตํ จิตตํ ปาปิโย นํ ตโต กเร
ขุ. ธ. ๒๕/๑๓ |
| |
มารดาบิดาหรือญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้นให้ได้
ส่วนจิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว พึงทำเขาให้ดีกว่านั้น |
|
น ตํ มาตา ปิตา กยิรา อญฺเญ วาปิจ ญาตกา
สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ เสยฺยโส นํ ตโต กเร
ขุ. ธ. ๒๕/๑๓ |
| |
ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดีฉันใด
ราคะย่อมรั่วรดจิตที่ไม่ได้อบรมฉันนั้น |
|
ยถา อคารํ ทุจฺฉนฺนํ วุฏฺี สมติวิชฺฌติ
เอวํ อภาวิตํ จิตฺตํ ราโค สมติวิชฺฌติ
ขุ. ธ. ๒๕/๑๑ |
| |
ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด
บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น |
|
เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมีรติ
เอวํ นินฺทาปสํสาสุ น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา
ขุ. ธ. ๒๕/๑๖ |
| |
ผู้มีจิตอันไม่ชุ่มด้วยราคะ มีใจอันโทสะไม่กระทบแล้ว
ผู้มีบุญและบาปอันละได้แล้ว ผู้ตื่นอยู่ ย่อมไม่มีภัย
|
|
อนวสฺสุตจิตฺตสฺส อนนฺวาหตเจตโส
ปุญฺญปาปปหีนสฺส นตฺถิ ชาครโต ภยํ
ขุ.ธ. ๒๕/๒๐ |
บุคคลรู้กายนี้ที่เปรียบด้วยหม้อ
กั้นจิตที่เปรียบด้วยเมืองนี้แล้ว
พึงรบมารด้วยอาวุธคือปัญญา
และพึงรักษาแนวที่ชนะไว้
ยับยั้งอยู่. |
|
กุมฺภูปมํ กายมิมํ วิทิตฺวา
นครูปมํ จิตฺตมิทํ ถเกตฺวา
โยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธน
ชิตญฺจ รกฺเข อนิเวสโน สิยา.
ขุ.
ธ. ๒๕/๒๐. |
| |
โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป
สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว |
|
จิตฺเตน นียติ โลโก จิตฺเตน ปริกิสฺสติ
จิตฺตสฺส เอกธมฺมสฺส สพฺเพว วสมนฺวคู
สํ.ส. ๑๕/๑๘๑ |
| |
| การฝึกจิตที่ข่มยาก ที่เบา มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่ เป็นความดี, (เพราะว่า) จิตที่ฝึกแล้ว นำสุขมาให้. |
|
ทุนฺนิคฺคหสฺส ลหุโน ยตฺถ กามนิปาติโน.
จิตฺตสฺส ทมโถ สาธุ จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙. |
| |
ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์สมบัติพี่น้องพ่อแม่
ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา. |
|
ปทุฏฺฐจิตฺตสฺส น ผาติ โหติ
น จาปิ นํ เทวตา ปูชยนฺติ
โย ภาตรํ เปตฺติกํ สาปเตยฺยํ
อวญฺจยี ทุกฺกฏกมฺมการี.
(นทีเทวตา) ขุ. ชา. ติก. ๒๗/๑๒๐. |
| |
| ผู้มีปัญญา พึงรักษาจิตที่เห็นได้ยากนัก ละเอียดนัก มักตกไปในอารมณ์ที่น่าใคร่, (เพราะว่า) จิตที่คุ้มครองแล้ว นำสุขมาให้. |
|
สุทุทฺทสํ สุนิปุณํ ยตฺถ กามนิปาตินํ
จิตฺตํ รกฺเขถ เมธาวี จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ.
ขุ. ธ. ๒๕/๑๙. |